โมฮาเหม็ด ซาลาห์ (ภาพ twitter.com/PFA)

โมฮาเหม็ด ซาลาห์ แนวรุกตัวฉกาจ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ที่ฟอร์มแรงเหลือเกินในฤดูกาลนี้ ทั้งที่เพิ่งย้ายจาก “หมาป่า” อาแอส โรม่า ทีมดังอิตาลี กลับศึกลูกหนังอังกฤษปีนี้ คว้ารางวัลนักฟุตบอลยอดเยี่ยมของสมาคมนักฟุตบอลอาชีพเมืองผู้ดี (พีเอฟเอ) เหนืออีกหนึ่งตัวเต็งอย่างเควิน เดอ บรอยเนอ ตัวปั้นเกม “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แชมป์พรีเมียร์ลีก ซีซั่นนี้ จากการประกาศรางวัลเมื่อวันที่ 22 เมษายน

สาเหตุสำคัญที่ทำให้ยอดแข้งวัยเพียง 25 ปี ที่เพิ่งมีส่วนพาทีม “มัมมี่” อียิปต์ บ้านเกิด ไปเล่นฟุตบอลโลก 2018 รอบสุดท้าย ในรอบ 28 ปี ได้รางวัลเกียรติยศดังกล่าว เนื่องจากกระหน่ำประตูให้ลิเวอร์พูลในฤดูกาลนี้ไปแล้วถึง 41 ลูก จากการเล่น 46 นัดทุกรายการ และนำเป็นดาวซัลโวพรีเมียร์ลีก 31 ประตูจาก 33 นัด จนมีส่วนพาทีมหงส์แดงผ่านเข้าถึงรอบรองชนะเลิศ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก และลุ้นตำแหน่งรองแชมป์ลีก

โดยเหลือลูกเดียวจะทาบสถิติยิงสูงสุดร่วมให้ลิเวอร์พูลทุกรายการ เท่า 42 ประตู ที่ทั้งเอียน รัช ตำนานรุ่นพ่อวัย 56 ปี และโรเจอร์ ฮันต์ ตำนานรุ่นปู่วัย 79 ปี ทำไว้ในซีซั่น 1983-84 และ 1961-62 นอกจากนี้ ยังเหลืออีก 3 ประตูจะเทียบสถิติยิงสูงสุดร่วมเฉพาะพรีเมียร์ลีกที่อลัน เชียเรอร์ จากแบล๊กเบิร์น โรเวอร์ส และแอนดี้ โคล จากนิวคาสเซิล ยูไนเต็ด ในฤดูกาล 1994-95 และ 1993-94

แต่ 2 ซีซั่นดังกล่าวมีทีมในลีกสูงสุด 22 ทีม หรือมากกว่าปัจจุบัน 2 ทีม ทำให้มีโปรแกรมการแข่งมากขึ้นถึง 4 นัด

ซาลาห์ซึ่งเคยล้มเหลวกับเชลซี แต่ตอนนี้ตกเป็นข่าวย้ายไปทั้งรีล มาดริด, บาร์เซโลน่า และปารีส แซงต์แชร์แมง ด้วยสถิติโลกใหม่ไม่ต่ำกว่า 200 ล้านปอนด์ (9,000 ล้านบาท / อัตรา 1 ปอนด์ 45 บาท) ยกให้รางวัลนักฟุตบอลยอดเยี่ยมพีเอฟเอ ที่มาจากการโหวตคะแนนของนักเตะอาชีพลีกเมืองผู้ดีด้วยกัน เป็นรางวัลอันทรงเกียรติ และปลาบปลื้มเป็นอย่างมาก ส่วนการถล่มประตูในลีกสุดแข็งแกร่งอย่างพรีเมียร์ลีก เป็นเรื่องที่ยิ่งใหญ่เข้าขั้นระดับโลกเลยทีเดียว

ส่วนรางวัลนักฟุตบอลดาวรุ่งยอดเยี่ยมพีเอฟเอ ได้แก่ เลรอย ซาเน่ จากแมนฯ ซิตี้

Facebook Comments
SHARE