แมนฯ ยูไนเต็ด กับ เชลซี ตกอยู่ใต้ชะตากรรมเดียวกัน ต้องพยายามคว้าแชมป์ เอฟเอ คัพ ถ้วยสุดท้ายที่มีลุ้น เพื่อไม่ให้จบฤดูกาลมือเปล่า

รอบรองชนะเลิศ สุดสัปดาห์นี้ แมนฯ ยู เจอ สเปอร์ส วันเสาร์ เชลซี พบ เซาแธมป์ตัน วันอาทิตย์

มีโอกาสที่ ผี กับ สิงห์ จะเข้าชิงกันเอง แต่กว่าจะผ่านรอบตัดเชือกก็คงไม่ง่ายนัก

แมนฯ ยูไนเต็ด เจอของแข็ง เล่นกับสเปอร์สในลีกมา 2 นัดฤดูกาลนี้ ผลัดกันแพ้ชนะ แต่นัดเยือนที่มาแพ้ในเวมบลีย์ 2-0 มีประเด็นน่าสนใจตรง แทคติค ของทีม ตราไก่ นะครับ

สเปอร์สใช้เกมเร็ว ชิงจังหวะจู่โจมเข้าใส่ ได้ประตูขึ้นนำตั้งแต่ 11 วินาทีแรก จากนั้นลูกสองก็ตามมาภายในครึ่งชั่วโมง

วันนั้น แมนฯ ยู ตามความเร็วของสเปอร์สไม่ทัน กุนซือ โจเซ่ มูรินโญ่ จึงต้องวางหมากมาแก้ให้ตก

โชคดีที่ยูไนเต็ด มีความยืดหยุ่นค่อนข้างสูง และสเปอร์สช่วงนี้ ก็ไม่ สด เหมือนเดิมซะแล้ว

ตราไก่แผ่วปลายมา 3 ปีติด เข้าช่วง 2 เดือนสุดท้ายทีไร มักจะ ตก ทั้งผลแข่ง และฟอร์มเตะ ล่าสุดไม่ชนะมา 2 นัดติด จนแฟนๆ เริ่มซีเรียส

สเปอร์สเวลาตก ดูน่าห่วงกว่าแมนฯ ยู ฝ่ายหลังเล่นบอลเก๋ากว่า อ่านทางยากกว่า ที่สำคัญ คือ ฟื้นตัวเร็วกว่า เพราะจิตวิทยาของมูรินโญ่ ยังใช้ได้ผล

ปีศาจแดง เพิ่งแพ้ทีมบ๊วย เวสต์บรอม คาบ้าน แต่ล่าสุดฮึดบุกไปชนะบอร์นมัธ 2-0 เรียกความมั่นใจกลับมาได้ทันเวลา

ถ้าไม่โดนเร็ว ค่อยๆ เล่นไปตามเกมของตัวเอง แมนฯ ยู คงทำให้สเปอร์สอึดอัดพอสมควร และเกมที่อึดอัด เน้นผลแข่ง อย่างนี้ ก็รู้ๆ กันอยู่ว่า ยูไนเต็ดถนัดนัก

ส่วนคู่ เชลซี กับ เซาแธมป์ตัน สัปดาห์ที่แล้วเพิ่งเจอกันในลีก สิงห์บุกชนะ 3-2 ทั้งที่โดนนำก่อน 2-0 แถมทำอะไรดูแย่ไปหมด

แต่เชลซีก็เหมือนแมนฯ ยูคือ 90 นาทีอาจจะเล่นดีสัก 30-40 นาที แต่ไอ้ตอนที่ฟอร์มดีนั้นก็ดีใจหาย ดีพอจะเผด็จศึกคู่แข่งได้อย่างเฉียบขาด

แล้วความจริง ทีมระดับเชลซีแค่เล่นให้ได้ 70 เปอร์เซ็นต์ ตามมาตรฐาน ก็เพียงพอจะเอาชนะเซาแธมป์ตันได้ไม่ยาก

สิงห์น้ำเงิน มีโอกาสสูงที่จะผ่านเข้าไปคว้าโอกาสสุดท้าย แย่งถ้วยเอฟเอ คัพ กับ แมนฯ ยู

 

Facebook Comments
SHARE