นายวิลักษณ์ โหลทอง ประธานสโมสร “กิเลนผยอง” เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด และนายสยาม โชคสว่างวงศ์ รองอธิการบดีฝ่ายบริหาร สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ ร่วมทำพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (เอ็มโอยู) เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้และให้ความช่วยเหลือด้านวิชาการทางกีฬา การจัดกิจกรรม และทำโครงการด้านกีฬาร่วมกัน เป็นเวลา 3 ปี ที่โรงเรียนสาธิตสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน

นายวิลักษณ์กล่าวว่า เมืองทองให้ความสำคัญด้านอะคาเดมีอยู่แล้ว เราต้องการให้นักเตะอะคาเดมีได้เรียนหนังสือควบคู่ไปกับการเล่นฟุตบอล แน่นอนว่าการร่วมมือกันครั้งนี้จะเป็นการแลกเปลี่ยนความรู้ รวมถึงให้ความช่วยเหลือทางวิชาการด้านกีฬา เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาเด็กไทย ให้ก้าวขึ้นมาเป็นบุคลากรคุณภาพของประเทศ

ขณะที่ นายสยามกล่าวว่า เมืองทองเป็นสโมสรฟุตบอลระดับประเทศที่ประสบผลสำเร็จมากมาย การตกลงครั้งนี้จะเป็นการร่วมมือกันพัฒนาด้านกิจกรรม และองค์ความรู้ด้านอาชีพนักกีฬา สอดคล้องกับการพร้อมสร้างเด็กไทยสู่การเป็นพลเมืองโลก ด้วยรูปแบบการสอนสำหรับเด็กศตวรรษที่ 21 ซึ่งเป็นเป้าหมายของโรงเรียนเรา

ส่วนความพร้อมของเอสซีจี เมืองทองฯ ในการพบกับ เชียงราย ยูไนเต็ด ศึกโตโยต้า ลีกคัพ รอบชิงชนะเลิศ วันที่ 22 พฤศจิกายน “เสี่ยเป้” นายรณฤทธิ์ ซื่อวาจา ผู้อำนวยการสโมสรเอสซีจี เมืองทองฯ เผยว่า ขณะนี้เรามีทั้งนักเตะบาดเจ็บและติดโทษแบน แต่ “โค้ชแบน” ธชตวัน ศรีปาน กุนซือของทีมก็มีแผนปรับทัพรับมืออยู่แล้ว เชื่อว่าเมื่อถึงวันแข่งขันทีมเราจะพร้อมลงทำศึกแบบเต็มร้อย

“การที่เชียงราย ต้องเล่นเกมนัดชิงชนะเลิศ 2 รายการ ภายในเวลา 3 วัน ไม่คิดว่าจะส่งผลกับการแข่งขันกับเรา เพราะถ้วยโตโยต้า ลีกคัพ ที่เราต้องเจอกับเชียงราย แข่งขันก่อน เราไม่คิดว่าเชียงรายจะถนอมตัวผู้เล่นไว้เผื่อลุ้นอีกถ้วย พวกเขาคงจัดทีมมาแบบเต็มสูบหวังแชมป์แน่นอน ซึ่งคงเป็นงานยากสำหรับเรา อย่างไรก็ตาม ยังมั่นใจในตัวโค้ช และนักเตะทุกคนว่าจะสามารถคว้าแชมป์มาครองได้ตามเป้าหมายของสโมสร” นายรณฤทธิ์กล่าว

“เสี่ยเป้” เผยอีกว่า ในส่วนของการเตรียมทีมฤดูกาลหน้า สโมสรได้มีการประชุมหารือกันแล้ว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงบประมาณ และการเสริมผู้เล่นเข้าทัพ ขณะที่เรื่องสัญญาของ โค้ชแบน อย่างที่ทราบกันดีว่าเรายื่นข้อเสนอไปแล้ว เพราะสโมสรพึงพอใจกับผลงาน และคุณภาพโค้ช ที่เป็นอยู่ในปัจจุบันนี้ การจะได้แชมป์ หรือวืดแชมป์ทุกถ้วยที่มีลุ้นไม่เกี่ยวกับการตัดสินอนาคตของโค้ชแบน เรามองที่ภาพรวมใหญ่ ว่าโค้ชสามารถพาทีมไปสู่ระดับที่สโมสรต้องการได้หรือไม่

Facebook Comments
SHARE