นางลัขณานันท์ ลักษมีธนานันต์ อุปนายกฝ่ายบริหารงานฝ่ายการเงินและบัญชี สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ พร้อมด้วย นายสุรพล อุทินทุ กรรมการบริหาร บริษัทไทยเบฟเวอเรจ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด ร่วมกันจับสลากประกบคู่การแข่งขันฟุตบอล “ช้าง เอฟเอ คัพ 2017” รอบ 8 ทีมสุดท้าย ที่สโมสรราชพฤกษ์ ถ.วิภาวดีรังสิต เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม

สำหรับผลการจับสลากประกบคู่ ปรากฎว่า คู่บิ๊กแมตช์อยู่ที่เกมระหว่าง “กว่างโซ้งมหาภัย” เชียงราย ยูไนเต็ด จะเปิดรังสิงห์ สเตเดียม พบแชมเก่า 4 สมัย “ปราสาทสายฟ้า” บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ส่วนคู่อื่น ประกอบด้วย “พลังเพลิง” พีทีที ระยอง พบ “กิเลนผยอง” เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด / “ช้างเผือก” เจแอล เชียงใหม่ ยูไนเต็ด พบ “พญาไก่ชน” หนองบัว พิชญ เอฟซี / “ช้างศึกยุทธหัตถี” สุพรรณบุรี เอฟซี พบ “แข้งเทพ” แบงค็อก ยูไนเต็ด โดยจะแข่งขันระบบน็อคเอาต์กัน ในวันพุธที่ 18 ตุลาคม ถ่ายทอดสดทางช่องทรูสปอร์ต 2, ทรูสปอร์ต เอชดี 2 และทรูสปอร์ต เอชดี 3

นายธนพล วิระเทพสุภรณ์ รองประธานสโมสรเชียงราย เปิดเผยว่า การเจอกับบุรีรัมย์ถือเป็นงานหนักพอสมควร แต่โชคดีที่ได้เล่นในบ้านตัวเอง และตอนนี้เชียงรายก็มีสปิริตทีมที่ดี รวมถึงมีความมั่นใจ ซึ่งได้เล่นในบ้านด้วย ส่วนหนึ่งแฟนบอลก็เป็นสิ่งสำคัญ ทำให้ทีมได้กำลังใจเต็มเปี่ยม และมั่นใจว่าจะผ่านเข้าไปสู่รอบต่อไปได้ ซึ่งเราคาดหวังถึงแชมป์ของถ้วยใบนี้ค่อนข้างมาก และถ้าเราผ่านบุรีรัมย์ไปได้ก็ไม่กลัวทีมไหนแล้ว พร้อมเจอได้ทุกทีม ส่วนสภาพทีมกำลังรอ ประทุม ชูทอง กองหลังตัวเก๋าเรียกความฟิต และใกล้จะกลับมาลงสนามแล้ว ด้านอาการเจ็บของ “ตั้ม” ธนบูรณ์ เกษารัตน์ มิดฟิลด์ตัวเก่งถือว่าดีขึ้นเรื่อยๆ และจะหายเจ็บกลับมาเร็วกว่าที่หมอคาดการณ์ไว้ตอนแรก 8-9 เดือน เพราะเขาแข็งแรง และมีวินัยในการทำกายภาพบำบัดทุกวัน

นายมนเสศร์ ธีรภานนท์ ผู้ช่วยผู้จัดการทีมบุรีรัมย์ กล่าวว่า ถือว่าเกมนี้ไม่ใช่งานง่ายในการไปเยือนเชียงราย แต่ในศึกไทยลีก เลกแรก บุรีรัมย์สามารถบุกไปคว้าชัยได้ และเชื่อว่าในถ้วยนี้จะทำได้อีกครั้ง แต่อย่างไรก็ตาม จากการที่บุรีรัมย์มีโปรแกรมเตะค่อนข้างมาก เพราะยังลุ้นแชมป์ทั้ง 3 รายการ ทำให้มีความกังวัลเรื่องสภาพร่างกายนักเตะที่จะต้องเดินทางบ่อย แต่ยังเชื่อว่านักเตะทุกคนพร้อมที่จะลงไปสู้ในทุกรายการ เพราะจุดมุ่งหมายคือ การกวาดทุกแชมป์ให้ได้ ทำให้เราจะจัดเต็มผู้เล่นชุดใหญ่ลงสนามในทุกรายการด้วย

สำหรับทีมแชมป์ช้าง เอฟเอ คัพ 2017 จะได้รับเงินรางวัล 5 ล้านบาท พร้อมคว้าสิทธิ์เป็นตัวแทนประเทศไทย ไปเข้าร่วมการแข่งขันเพลย์ออฟ รอบสอง ในฟุตบอล เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก 2018 ส่วนทีมรองแชมป์รับเงินรางวัล 1 ล้านบาท