อันโตนิโอ คอนเต้ (ภาพ AFP)

ศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2017-18 นัดเปิดสนามวันที่ 2 เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม หลังวันแรกอาร์เซน่อลสตาร์ตเฉือนชนะเลสเตอร์ ซิตี้ ทีมเยือน 4-3 ปรากฏว่ามีเกมพลิกล็อกถึง 3 คู่จากทั้งหมด 7 คู่ เริ่มจาก “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล โดน “แตนอาละวาด” วัตฟอร์ดเจ้าถิ่น ไล่ตีเสมอช่วงทดเจ็บ 3-3 โดยวัตฟอร์ดนำ 1-0 จากสเตฟาโน่ โอกาก้า 8 นาทีแรก ก่อนซาดิโอ มาเน่ ยิงตีเสมอให้ทีมเยือน 1-1 นาที 29

อย่างไรก็ตาม วัตฟอร์ดนำ 2-1 อีกครั้งจากอับดูลาย ดูกัวเร่ นาที 32 แต่คราวนี้ลิเวอร์พูลเอาคืน 2 ลูกรวด พร้อมแซงนำ 3-2 จากจุดโทษโรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่ นาที 55 และโมฮาเหม็ด ซาลาห์ ปีกตัวใหม่นาที 57 ทว่าช่วงทดเวลาเจ็บนาที 93 วัตฟอร์ดตีเสมอ 3-3 จากจังหวะที่ซิมง มินโญเล่ต์ นายทวารหงส์แดงปัดลูกยิงที่ไม่เข้ากรอบของริชาร์ลิสัน ตัวสำรองเจ้าบ้านไปชนคาน และถูกมิเกล บริตอส กองหลังวัตฟอร์ดที่ยืนอยู่ในตำแหน่งล้ำหน้าโหม่งซ้ำจ่อๆ เข้าไป

จบเกม เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือลิเวอร์พูลบอกว่าทีมตัวเองโชคร้าย เพราะประตูตีเสมอ 3-3 ของวัตฟอร์ดเป็นลูกล้ำหน้า แต่ยอมรับว่าเกมรับยังต้องปรับปรุง ต่อให้สมมุติว่าเกมนี้ลิเวอร์พูลเป็นฝ่ายชนะ 3-2 ก็ตาม

ถัดมาเป็นเกม “แชมป์เก่า” เชลซี แพ้เบิร์นลีย์คาบ้าน 2-3 เนื่องจาก 3 ประตูแรกที่ทีม “สิงห์บลู” ตกเป็นฝ่ายตามห่างถึง 0-3 ในครึ่งแรก เพราะทีมเหลือ 10 หลังแกรี่ เคฮิลล์ เซ็นเตอร์ฮาล์ฟของทีมใช้ขาดักสตีเฟ่น เดอฟูร์ กองกลางฝั่งตรงข้าม แต่เคร็ก พอว์สัน ผู้ตัดสินวัย 38 ปี กลับมองว่าเคฮิลล์เล่นอันตรายใส่คู่แข่ง จึงให้ใบแดงตั้งแต่ 14 นาทีแรก

ส่งผลให้เบิร์นลีย์ที่มีผู้เล่นมากกว่า 1 คน ยิงนำขาด 3-0 จากแซม โว้กส์ นาที 24, สตีเฟ่น วอร์ด นาที 39 และโว้กส์อีกครั้งนาที 43 ก่อนอันโตนิโอ คอนเต้ อดีตโค้ชทีมชาติอิตาลี และสโมสรยูเวนตุส ที่คุมเชลซีปีที่ 2 จะส่งอัลบาโร่ โมราต้า ศูนย์หน้าราคา 58-70 ล้านปอนด์ (2,552-3,080 ล้านบาท / อัตรา 1 ปอนด์ 44 บาท) ซึ่งไม่ฟิตพอออกสตาร์ตตัวจริง ลงสนามแทนมิชชี่ บัตชัวยี่ ต้นครึ่งหลัง

และอดีตนักเตะรีล มาดริดรายนี้ ยิง 1 จ่าย 1 ไล่จากโหม่งตีไข่แตก 1-3 นาที 69 และโหม่งชงให้ดาวิด ลุยซ์ ซัดจ่อๆ นาที 88 แต่ก่อนหน้านั้น 7 นาที ทีมสิงห์บลูต้องเหลือเพียง 9 คน เมื่อเชสก์ ฟาเบรกาส กองกลางของทีมไปเปิดปุ่มยันใส่แจ๊ค คอร์ค นักเตะเบิร์นลีย์ จนถูกใบเหลืองที่ 2 เป็นใบแดงตามเคฮิลล์อีกราย

คอนเต้ที่ไม่มี 3 แนวรุกเอเด็น อาซาร์ และเปโดร ที่บาดเจ็บ ส่วนดีเอโก้ คอสต้า มีปัญหากัน แถมทีมุย บากาโยโก้ มิดฟิลด์ตัวใหม่ยังอยู่ในช่วงเรียกความฟิตจากการผ่าเข่ากล่าวหลังเกมกึ่งประชัดประชันผู้ตัดสินว่า คงต้องคิดระบบการเล่นใหม่เวลาที่เหลือ 10 คน ขณะเดียวกันก็มีเรื่องดีกับการที่ลูกทีมเล่นได้อย่างสุดยอดในครึ่งหลัง แม้จะเล่นย่ำแย่ตอนเหลือ 10 คนในครึ่งแรกก็ตาม

ส่วนฮัดเดอร์สฟิลด์ ทาวน์ 1 ใน 3 ทีมน้องใหม่ และหนึ่งในทีมเต็งตกชั้นพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ บุกถล่มคริสตัล พาเลซ 3-0 จากการทำเข้าประตูตัวเองของโจล วอร์ด แนวรับ “ปราสาทเรือนแก้ว” ตามด้วยสตีฟ มูนี่ นาที 26 และนาที 78

ทำให้ฮัดเดอร์สฟิลด์ที่เพิ่งเลื่อนชั้นสู่ลีกสูงสุดเมืองผู้ดีครั้งแรกในรอบ 45 ปี และเคยเป็นทีมที่เปิดโอกาสให้ “ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง อดีตศูนย์หน้าทีมชาติไทย ไปค้าแข้งช่วงปี 1999-2000 เปิดตัวด้วยการเป็นจ่าฝูงพรีเมียร์ลีก เนื่องจากมีผลต่างประตูได้เสียบวก 3 ลูก มากกว่าทีม “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ภายใต้การคุมทัพเป๊ป กวาร์ดิโอล่า ซึ่งเป็นทีมเต็ง 1 คว้าแชมป์ และลงเล่นเป็นคู่สุดท้ายของวันบุกชนะอีกหนึ่งน้องใหม่ไบรตัน 2-0 จากเซร์คิโอ “กุน” อากูเอโร่ นาที 70 และลูอิส ดั๊งก์ กองหลังเจ้าบ้านโหม่งบอลเข้าประตูตัวเองนาที 75

สรุปอันดับตารางคะแนนน่าสนใจ จบนัดแรก 1.ฮัดเดอร์สฟิลด์ ทาวน์ 3 แต้ม (ผลต่างลูกได้เสีย +3), 2.แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 3 แต้ม (+2), 3.อาร์เซน่อล 3 แต้ม (+1), 4.เบิร์นลีย์ 3 แต้ม (+1), 5.เอฟเวอร์ตัน 3 แต้ม (+1), 7.ลิเวอร์พูล 1 แต้ม (0), 15.เลสเตอร์ ซิตี้ 0 แต้ม (-1), 16.เชลซี 0 แต้ม (-1), 18.สโต๊ก ซิตี้ 0 แต้ม (-1), 19.ไบรตัน 0 แต้ม (-2), 20.คริสตัล พาเลซ 0 แต้ม (-3)

โปรแกรมวันที่ 13 สิงหาคม นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด พบ สเปอร์ส เวลา 19.30 น., แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พบ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด เวลา 22.00 น.