ลิโอเนล เมสซี่ ยืนเซ็งชีวิตหลังเสี่ยงไม่ได้ไปบอลโลก (ภาพ AFP)

ฮอร์เก้ ซัมเปาลี ซึ่งเคยคุมทีมเพื่อนบ้านชิลีเอาชนะบ้านเกิดตัวเองอย่างอาร์เจนตินา ในเกมชิงดำฟุตบอลโคปา อเมริกา 2015 แต่พอได้โอกาสเป็นโค้ชให้ทีม “ฟ้า-ขาว” กลับมีสิทธิทำทีมตกรอบคัดเลือกฟุตบอลโลกครั้งแรกตั้งแต่ปี 1970 หลังทำได้แค่เปิดบ้านไล่ตีเสมอทีมบ๊วยเวเนซุเอลา 1-1 แถมยังเป็นสกัดบอลเข้าประตูตัวเองของคู่แข่งอีกต่างหาก ในศึกฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก โซนอเมริกา นัด 16 หรือเกมที่ 3 จากท้ายเมื่อวันที่ 5 กันยายน

แม้อาร์เจนตินาที่เต็มไปด้วยดีกรีรองแชมป์เก่าบอลโลก 4 ปีก่อน และผ่านรอบคัดเลือกครั้งดังกล่าวในฐานะแชมป์ทวีปอเมริกาใต้ รวมทั้งนำทัพโดยยอดแข้งลิโอเนล เมสซี่ และรายล้อมด้วยเปาโล ดีบาล่า กับ อังเคล ดิ มาเรีย แต่กลับต้องเห็นเวเนซุเอลาที่รอบคัดเลือกก่อนหน้านี้แพ้ถึง 10 และชนะครั้งเดียวจาก 15 นัดเป็นฝ่ายบุกนำก่อน 1-0 จากจังหวะโต้กลับที่ยอน มูริโญ่ หลุดเข้าไปยิงอย่างเหนือชั้นทั้งที่เพิ่งออกสตาร์ตครึ่งหลังได้เพียง 5 นาที

ยังดีที่ทีมฟ้า-ขาวไม่ต้องขายหน้าคาบ้านเมื่อรอล์ฟ เฟลต์เชอร์ แนวรับทีมเยือนสกัดบอลเข้าประตูตัวเองในอีก 4 นาทีถัดมา ส่งผลให้อดีตแชมป์โลก 2 สมัยอาร์เจนตินา ซึ่งเคยเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลกปี 1978 และตกรอบคัดเลือกจริงๆ แค่ครั้งเดียว แล้วเคยถอนตัวปี 1938, 1950 และ 1954 สุ่มเสี่ยงต่อการพลาดตั๋วรอบสุดท้ายเป็นครั้งที่ 2 ในประวัติศาสตร์

เนื่องจากเก็บเพิ่มคะแนนเดียวรวมเป็น 24 แต้มจาก 16 นัด อยู่อันดับ 5 หรือโควต้าที่ต้องไปเล่นรอบเพลย์ออฟ 2 นัดเหย้า-เยือน กับตัวแทนโซนโอเชียเนียอย่างนิวซีแลนด์ แต่นำทีมอันดับ 6 ชิลี 1 แต้ม, อันดับ 7 ปารากวัย 3 แต้ม และอันดับ 8 เอกวาดอร์ 4 แต้ม โดยเหลือการแข่งทีมละ 2 นัด ขณะเดียวกันอาร์เจนตินาก็ตามหลังอันดับ 2 อุรุกวัย 3 แต้ม, อันดับ 3 โคลอมเบีย 2 แต้ม และมีคะแนนเท่าอันดับ 4 เปรู แม้ผลต่างลูกได้เสียจะ +1 เท่ากัน ทว่ามีประตูที่ยิงได้น้อยกว่าถึง 10 ลูก

จบเกม ซัมเปาลีตำหนิลูกทีมที่มีโอกาสทำประตูจะแจ้งถึง 3 ครั้ง แต่กลับทำไม่ได้ ดังนั้นจึงต้องชนะใน 2 เกมที่เหลือกับเปรู และเอกวาดอร์

ผลคู่อื่นโซนเเดียวกัน
โคลอมเบีย เสมอ บราซิล 1-1
ปารากวัย แพ้ อุรุกวัย 1-2
เอกวาดอร์ แพ้ เปรู 1-2
โบลิเวีย ชนะ ชิลี 1-0

ผลโซนอื่น
โซนยุโรป
กลุ่มดี
ไอร์แลนด์ แพ้ เซอร์เบีย 0-1
มอลโดวา แพ้ เวลส์ 0-2
ออสเตรีย เสมอ จอร์เจีย 1-1

กลุ่มจี
ลิกเตนสไต์ แพ้ สเปน 0-8
อิตาลี ชนะ อิสราเอล 1-0
มาซิโดเนีย เสมอ แอลเบเนีย 1-1

กลุ่มไอ
ตุรกี ชนะ โครเอเชีย 1-0
ไอซ์แลนด์ ชนะ ยูเครน 2-0
โคโซโว แพ้ ฟินแลนด์ 0-1

โซนคอนคาเคฟ รอบ 5
ฮอนดูรัส เสมอ สหรัฐอเมริกา 1-1
คอสตาริกา เสมอ เม็กซิโก 1-1
ปานามา ชนะ ตรินิแดด และโตเบโก 3-0

โซนแอฟริกา รอบ 3
กลุ่มเอ
ดีอาร์ คองโก เสมอ ตูนิเซีย 2-2

กลุ่มบี
แอลจีเรีย แพ้ แซมเบีย 0-1

กลุ่มซี
ไอวอรีโคสต์ แพ้ กาบอง 1-2
มาลี เสมอ โมร็อกโก 0-0

กลุ่มดี
บูร์กินาฟาโซ เสมอ เซเนกัล 2-2
แอฟริกาใต้ แพ้ เคปเวิร์ด 1-2

กลุ่มอี
คองโก แพ้ กานา 1-5
อียิปต์ ชนะ ยูกันดา 1-0

โซนโอเชียเนีย รอบชิงชนะเลิศ นัด 2
หมู่เกาะโซโลมอน เสมอ นิวซีแลนด์ 2-2
(รวมผล 2 นัด นิวซีแลนด์ชนะด้วยประตูรวม 8-3)

โซนเอเชีย รอบ 3
กลุ่มเอ
อิหร่าน เสมอ ซีเรีย 2-2
อุซเบกิสถาน เสมอ เกาหลีใต้ 0-0
กาตาร์ แพ้ จีน 1-2

กลุ่มบี
ออสเตรเลีย ชนะ ไทย 2-1
ซาอุดิอาระเบีย ชนะ ญี่ปุ่น 1-0
อิรัก ชนะ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 1-0

สรุปทีมเข้ารอบสุดท้ายล่าสุด: รัสเซีย (เจ้าภาพ), บราซิล, อิหร่าน, ญี่ปุ่น, เม็กซิโก, เบลเยียม, เกาหลีใต้ และซาอุดิอาระเบีย